CATEGORIES
MENU

การเลือกซื้อโซลินอยด์วาล์ว ควรเลือกอย่างไร

การเลือกซื้อโซลินอยด์วาล์ว ควรเลือกอย่างไร

ในระบบนิวเมติกส์และไฮดรอลิกส์นั้น อุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการควบคุมของไหลก็จะหนีไม่พ้น โซลินอยด์วาล์ว ซึ่งวาล์วประเภทนี้จะมีหน้าที่ในการควบคุมการไหลของของไหลระหว่างทางหนึ่งไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีเงื่อนไขอื่นๆเข้ามา ช่วยในการทำงานยกตัวอย่างเช่น แรงดัน หรือกระแสไฟฟ้าเป็นต้น

สำหรับ รูปแบบและการทำงานของโซลินอยด์วาล์ว ผู้เขียนก็ได้ลงเนื้อหาไปแล้วบ้างบางส่วน โดยท่านสามารถอ่านได้เพิ่มเติมได้ที่ การแบ่งโซลินอยด์วาล์ว โดยอ้างอิงจากรูปแบบการทำงาน แต่ในบทความนี้ผู้เขียนก็จะนำข้อมูลเกี่ยวกับ การเลือกซื้อวาล์วโซลินอยด์ มาให้ทุกท่านได้อ่านกันค่ะ

เทคนิคการเลือกซื้อโซลินอยด์วาล์วแบบง่ายๆ ประยุกต์ใช้งานได้จริง

การเลือกซื้อโซลินอยด์วาล์ว ดูไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสำหรับมือใหม่ เพราะถ้าหากว่าเราไม่ทราบรูปแบบ ประเภท หรือการทำงานของวาล์วประเภทนี้แล้ว ก็อาจจะทำให้เราเสียทั้งค่าใช้จ่าย และเวลาในการเลือกซื้อวาล์วดังกล่าวอีกด้วย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาหลักค่ะ เพราะปัญหาหลักที่แท้จริงก็คือ เราไม่สามารถดึง "ประสิทธิภาพการทำงานของโซลินอยด์วาล์ว" ออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเองค่ะ ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อ วาล์วควบคุมของไหลแบบโซลินอยด์ เราจำเป็นที่จะต้องมาศึกษากับข้อมูลที่จำเป็นในขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์นี้กันก่อนค่ะ

ในบทความนี้ผู้เขียนก็จะมาอธิบายถึง ส่วนประกอบต่างๆ ที่อยู่ในวาล์วแบบโซลินอยด์กัน รวมทั้งจะอธิบายวิธีการทำงานของวาล์ว ในการควบคุมของไหลและก๊าซเพิ่มเติมอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเทคนิคและ แนวทางในการเลือกซื้อโซลินอยด์วาล์ว ที่เหมาะสมให้ท่านได้อ่านกันอีกด้วย

ส่วนประกอบพื้นฐานของโซลินอยด์วาล์ว

ประเภทของโซลินอยด์วาล์วที่จะยกมาเป็นตัวอย่าง ในการอธิบายถึง "ส่วนประกอบ" ในที่นี้ก็จะเป็น โซลินอยด์วาล์วที่ทำงานแบบ direct operated โดย solenoid valve ประเภทนี้เป็นวาล์วที่ติดตั้งและใช้งานได้ง่าย มี plunger ในการควบคุมการเปิดและปิดวาล์ว และคอล์ยที่ทำหน้าที่รับกระแสไฟฟ้ามาสร้างสนามแม่เหล็กควบคู่ไปกับขดลวดที่อยู่ภายใน อีกทั้งยังมีสปริงที่คอยประสานการทำงานเพิ่มเติมอีกด้วย

ดังนั้นเราสามารถสรุปได้ ส่วนประกอบของวาล์วโซลินอยด์ ที่สามารถพบได้ทั่วไปนั้น โดยพื้นฐานแล้วควรที่จะมี โซลินอยด์, ตัวถังของวาล์ว, คอยล์ไฟฟ้า, แผ่น plunger, สปริง เป็นต้นค่ะ

การทำงานเบื้องต้นของโซลินอยด์วาล์ว

ในที่นี้จะอธิบายการทำงานของ โซลินอยด์วาล์วแบบ direct operated เหมือนเดิมค่ะ เนื่องจากว่าเป็นวาล์วที่มีโครงสร้างที่เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เป็นวาล์วที่มีการทำงานแบบ NC:Normally Closed นั่นก็คือเป็นวาล์วที่มีสถานะปกติปิด และยังเป็น วาล์วควบคุมของไหล ที่นิยมใช้งานกันในปัจจุบันอีกด้วย

โซลินอยด์วาล์วแบบ direct operated

รูปตัวอย่าง direct acting solenoid valve

1. ในสถานะปกติวาล์วประเภทนี้จะทำการปิดกั้น ไม่ให้ของอะไรระหว่างช่องทางหนึ่งไหลไปทางอีกช่องทางหนึ่งได้โดยจะมีสปริงทำหน้าที่กดแผ่น plunger เพื่อไปปิดช่องหรือรูที่อยู่ในวาล์วอีกครั้งหนึ่ง

2. เมื่อวาล์วโซลินอยด์ได้รับการกระตุ้นโดยการจ่ายกระแสไฟเข้าไปที่คอล์ย ก็จะทำให้คอล์ยทำการสร้างสนามแม่เหล็ก ซึ่งการทำงานนี้จะทำงานควบคู่กับขดลวดไฟฟ้าที่อยู่ภายใน เมื่อได้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าแล้ว สนามแม่เหล็กดังกล่าวก็จะไปบังคับให้สปริงหดตัว เพื่อบังคับแผ่น plunger ทำการเลื่อนขึ้นเพื่อเปิดรูให้ของไหลอีกช่องทางหนึ่งสามารถไหลไปอีกช่องทางหนึ่งได้

3. เมื่อเรางดจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับ คอยล์โซลินอยด์วาล์ว จะทำให้สปริงยืดตัวออก และจะไปบังคับให้แผ่น plunger ดันปิดรูของวาล์วเพื่อการการไหลของของเหลว

4. โดยทั่วไปแล้ว การทำงานของโซลินอยด์วาล์ว จะคล้ายๆกัน ไม่ว่าจะเป็น วาล์วควบคุมแบบลม หรือแบบน้ำ (ที่มีความใกล้เคียงกับน้ำ) โดยบางรุ่น/ประเภท จะแตกต่างกันเพียงออปชั่นบางส่วน ที่อาจจะมีผลต่อการทำงานในประเภทหรือรุ่นนั้นๆเท่านั้น(อาจจะมีการเพิ่มเติมเองจากผู้ผลิต)

ข้อสำคัญที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อโซลินอยด์วาล์ว

ก่อนที่เราจะซื้อ วาล์วแบบโซลินอยด์ มาใช้งานเราควรมีข้อพิจารณาถึง รูปแบบการทำงาน(ตามที่ได้กล่าวไปด้านบน) และออปชั่นต่างๆ ที่เราสามารถใช้กับวาล์วได้ด้วย โดยข้อมูลด้านล่างนี้(เพิ่มเติม) จะเป็นข้อสำคัญที่เราจะต้องนึกถึง เมื่อเราต้องการที่จะซื้อ วาล์วควบคุมแบบโซลินอยด์

1. จำนวนรูหรือ port ของวาล์ว(Port)

โดยทั่วไปแล้วโซลินอยด์วาล์วจะมีเพียงแค่ 2 รู หรือ 2 ports เท่านั้นที่เป็นมาตรฐาน(แต่ในปัจจุบันจะพบว่ามีให้เลือกใช้งานมากกว่า 2 port) ซึ่งรูเหล่านี้คือรูสำหรับการนำของไหลเข้า หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า inlet และรูสำหรับจ่ายของไหลออก จากตัววาล์วหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า outlet

ถ้าหากว่าเราต้องการควบคุมของไหลแบบเข้าและออกหลายทาง เราอาจจะเลือกวาล์วโซลินอยด์แบบอื่น มาใช้งานได้ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น โซลินอยด์วาล์ว 3 ทาง(3/2ทาง) หรือ วาล์วแบบ 5/2 ทาง เป็นต้น

2. อัตราการไหลของของไหลที่ต้องการ(Flow Rate)

ในส่วนของอัตราการไหลของของไหลนี้ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เราควรที่จะพิจารณาเป็นอันดับแรกเหมือนกัน เนื่องจากว่าถ้าหากของไหลมีอัตราการไหลที่ไม่เหมาะสมกับระบบของเราแล้ว ก็จะทำให้ระบบของเราทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพได้ค่ะ และนอกจากอัตราการไหลของของไหลแล้ว เราจำเป็นที่จะต้องพิจารณาในเรื่องของ ขนาดรูของโซลินอยด์วาล์ว(Port Size) อีกด้วย เพราะขนาดของรูจะมีปัจจัยต่อการไหลของของไหลด้วยเช่นกัน

3. รูปแบบแรงดัน/กระแสไฟฟ้าที่ใช้งาน(Voltage)

วาล์วโซลินอยด์ในปัจจุบัน จะมีให้เราเลือกใช้งานโดยแบ่งตาม ประเภทกระแส/แรงดันไฟฟ้า ที่เข้ามาช่วยกระตุ้นคอยล์ เช่น โซลินอยด์วาล์วแบบ 4VDC, 6VDC, 12VDC, 24VDC หรือ 220VAC ซึ่งประเภทของกระแสไฟฟ้าเหล่านี้จะต้องกระแสไฟฟ้าที่ระบบของเรารองรับได้ หรือตรงตามที่เราได้ออกแบบไว้

โซลินอยด์วาล์วแบบ 12VDC

*รูปตัวอย่าง โซลินอยด์วาล์วแบบ 12VDC

การเลือกรูปแบบแรงดัน/กระแสไฟฟ้าของโซลินอยด์วาล์วที่ดี นอกจากจะดูให้เรื่องของความเหมาะสมกับระบบหรือการใช้งานของเราแล้ว เรายังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ อีกด้วย เช่น:

  1. Safety: คือความปลอดภัยต่อระบบหรือผู้ใช้งาน กรณีวาล์วทำงานผิดพลาด และอาจจะส่งผลให้กระแสนั้นเป็นอันตรายต่ออุปกรณ์อื่นที่ใกล้เคียง
  2. สภาพแวดล้อม(Environment): ในที่นี้จะหมายถึง สภาพพื้นที่ทีมีอุณหภูมิ หรือความชื้นสูง ถ้าเป็นไปได้ให้ท่านเลือกใช้ วาล์วแบบ VDC น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าแบบ VAC เพราะท่านสามารถมั่นใจได้ว่า หากวาล์วแบบ VDC ชำรุดเสียหายระหว่างการทำงาน กระแสไฟฟ้าจะไม่ส่งผลกับผู้ใช้งาน หรือระบบโดยรวม(ขั้นร้ายแรง)อย่างแน่นอน แต่ถ้าหากพื้นที่ที่ติดตั้งและใช้งานมีความปลอดภัยในเรื่องของการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าอยู่แล้ว ท่านสามารถใช้ได้ทั้งแบบ VDC(กระแสตรง) และแบบ VAC(กระแสสลับ) ค่ะ

สุดท้ายแล้ว การเลือกโซลินอยด์วาล์ว ให้มีความเหมาะสม ต่อรูปแบบการใช้งานในระบบของเรา ถือได้ว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะอย่างที่กล่าวไปแล้วในข้างต้นว่า ถ้าหากท่านเลือกโซลินอยด์วาล์วมาใช้งานได้อย่างเหมาะสมแล้ว ระบบนิวเมติกส์หรือไฮโดรลิคของท่านก็จะมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ตลอดจนท่านสามารถลดต้นทุนให้ต่ำลงได้อีกทางหนึ่งด้วย