CATEGORIES
MENU

วาล์วนิวเมติกนั้นคืออะไร และทำงานอย่างไร

วาล์วนิวเมติกนั้นคืออะไร และทำงานอย่างไร

เชื่อหรือไม่คะว่า ในปัจจุบันนี้ มนุษย์เรานั้นพึ่งพาเครื่องจักรและอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อใช้อำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ อย่างมากมายในแต่ละวัน และเชื่ออย่างยิ่งว่า หลายท่านคงจะไม่ค่อยรู้จักกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เหล่านั้น ว่ามันคืออะไร ทำงานอย่างไร ซึ่งนั่นก็หรือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่ เพราะว่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่างๆ นั้นมีอยู่ค่อนข้างมาก และมีการทำงานที่หลากหลาย แตกต่างกันออกไป ซึ่งคนที่จะรู้จักนั้นส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์นั้นๆเสียมากกว่า

หลายท่านเคยสงสัยหรือไม่ค่ะว่า สิ่งที่จะนำมาเล่าให้กันฟังวันนี้นั่นก็คือ วาล์วนิวเมติกนั้นคืออะไร และทำงานอย่างไร ถ้าท่านอยากทราบ หรือยังไม่รู้จักกับอุปกรณ์นิวเมติกตัวนี้ เราก็มาทำความรู้จักไปพร้อมพร้อมๆ กันเลยค่ะ

วาล์วแบบนิวเมติกส์

วาล์วแบบนิวเมติกคืออะไร หลายท่านอาจจะเคยถามคำถามนี้กับคนอื่นหรือกับตัวเอง ซึ่งอาจจะได้คำตอบบ้างหรือไม่ได้คำตอบบ้างก็ว่ากันไปจริงๆแล้ว วาล์วนิวเมติก นั้นจะเป็นอุปกรณ์หนึ่ง ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมความดันหรืออัตราและปริมาณของอากาศ ที่เคลื่อนที่ผ่านไปมาในระบบนิวเมติกทั่วไปนั่นเอง โดยวาล์วนิวเมติกนี้จะมีอยู่หลายแบบหลายประเภทด้วยกัน เช่น วาล์วนิวเมติก ประเภท วาล์วกลไก

ในระบบนิวเมติกส์ที่ใช้ในเครื่องจักรสมัยนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นระบบที่ใช้สำหรับเคลื่อนย้าย และบีบอัดอากาศ หรืองานที่เกี่ยวกับการขับเคลื่อนพวกมอเตอร์ต่างๆ และงานอื่นๆอีกมากมาย แต่ในสมัยก่อนนั้นระบบนิวเมติกส์นี้จะพบมากในเครื่องจักรที่ทำงานในเหมืองแร่ และงานเพียงบางประเภทเท่านั้น

ในเหมืองแร่จำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือต่างๆ เพื่อช่วยลดการทำงานของมนุษย์ และอีกอย่างก็คือ สภาพพื้นที่ของเหมืองแร่นั้น บางพื้นที่ไม่สามารถที่จะใช้แรงงาน หรือถูกดำเนินการด้วยแรงงานมนุษย์ได้ จึงได้มีการนำเครื่องจักรหรืออุปกรณ์นิวเมติกส์เข้ามาช่วยในการทำงานด้วย แต่ถ้าเทียบประสิทธิด้านการทำงานของระบบหรืออุปกรณ์โดยรวมแล้ว ถือได้ว่าน้อยกว่าในสมัยนี้มากค่ะ

ชิ้นส่วนที่สำคัญที่เห็นได้ชัดในระบบนิวเมติกส์ก็คือ ระบบรอก ซึ่งระบบรอกนี้จะถูกนำมาใช้ตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว และในปัจจุบันก็ยังมีระบบรอกนี้ใช้งานอยู่ด้วย ในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ทั้งในสมัยก่อนและปัจจุบัน ก็ยังมีการใช้งานระบบรอกนี้อยู่ เพราะระบบรอกนี้ ช่วยลดแรงกดที่ใช้ในการขนส่งสินค้า ทำให้สินค้านั้นมีน้ำหนักเบากว่าความเป็นจริงมาก

ระบบรอกนั้นจะนิยมนำมาใช้สำหรับยกของหนักขึ้นจากเหมืองแร่ ซึ่งจะมีให้เห็นอยู่ 2 ระบบ ก่อนที่จะกลายมาเป็นระบบนิวเมติกส์หรือระบบสายสลิงแบบนิวเมติกในปัจจุบันคือ:

1 ระบบรอกแบบเมนวล: เมื่อก่อนนั้นจะมีการใช้ระบบรอกโดยการใช้แรงงานมนุษย์เป็นหลักซึ่งอาจจะมีการใช้แรงงานสัตว์บางประเภทเข้ามาช่วยด้วยระบบรอกเหล่านี้ยังถูกนำไปช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างอาคารเก่าแก่บางแห่งที่มีความสูงค่อนข้างมากอีกด้วย

2 ระบบรอกที่ใช้ไฟฟ้า: ซึ่งระบบนี้จะพบเห็นได้มากในปัจจุบัน ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นระบบรอกที่นำพลังงานไฟฟ้ามาช่วยให้ทำงานได้เร็วขึ้นนั่นเอง ซึ่งผู้ใช้งานระบบรอกเพียงแค่กดปุ่มหรือเฝ้าดูขณะที่เครื่องของระบบรอกทำงานเท่านั้น

แต่ในปัจจุบันนี้ ระบบนิวเมติกส์ ถูกพัฒนาหรือเพิ่มความสามารถให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า มากกว่าระบบรอก ที่ใช้กันในสมัยก่อนอย่างแน่นอน ซึ่ง ระบบนิวเมติกส์ในปัจจุบันนี้ จะมีข้อดีก็คือใช้พลังงานน้อยกว่าหรืออุปกรณ์บางตัวจะไม่ใช้พลังงานไฟฟ้าเลย ยกตัวอย่างเช่น วาล์วนิวเมติก นี้ด้วยเช่นกัน ซึ่ง หน้าที่ของวาล์วนิวเมติก นั้นก็ได้กล่าวไปแล้วในข้างต้นก็คือ จะนำมาใช้เพื่อให้เครื่อง หรือระบบอื่นๆ ที่ใช้วาล์วนิวเมติกนี้ทำงานได้เร็วขึ้น ซึ่งนี่ก็คือเหตุผลอีกอย่างหนึ่ง ที่ระบบยกสินค้าประเภทต่างๆในปัจจุบันนี้ ได้เลือกเอาวาล์วนิวเมติกมาใช้งาน

วาล์วนิวเมติก นั้นเราสามารถพบได้ในอุตสาหกรรม หรือระบบนิวเมติกส์ขนาดกลางขึ้นไป หรือถ้าให้ง่ายกว่านั้นก็คือ ให้เราสังเกตดูที่เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเราที่สุด นั่นก็คือ ระบบเบรคของรถบรรทุก รถประจำทาง หรือรถไฟฟ้าในปัจจุบัน ซึ่งระบบเบรคเหล่านี้ จะมีวาล์วนิวเมติกส์ทำงานร่วมอยู่ด้วยอย่างแน่นอนทั้งสิ้น

นอกจากนี้เรายังสามารถพบการทำงานของวาล์วนิวเมติก ในเครื่องยนต์ทางอากาศได้ด้วย เช่น เครื่องบินหรือเครื่องร่อนทั่วไป และสุดท้ายก็คือ ระบบการติดตั้งสายเคเบิ้ลในท่อใต้พื้นดิน ซึ่งการติดตั้งนี้จำเป็นที่จะต้องมีระบบรอกที่มีคุณภาพ และจะต้องไม่ใช่ระบบที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก เนื่องจากว่าบางพื้นที่ที่ติดตั้งสายเคเบิลนั้น จะยังไม่สามารถใช้พลังงานไฟฟ้าได้ ดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว ระบบการติดตั้งสายเคเบิ้ลในท่อนั้น จะใช้วาล์วนิวเมติกมาทำงานร่วมระบบรอก เพื่อลดปัญหาการใช้พลังงานดังกล่าวเสียมากกว่าค่ะ