CATEGORIES
MENU
    เชื่อมต่อร้าน

    ชุดกรองลม Air Service Unit

    ชุดกรองลม คืออะไร? ชุดควบคุมภาพลมอัดประเภทนี้เป็นอีกอุปกรณ์นิวเมติกส์(อุปกรณ์ที่ทำงานเกี่ยวกับลม) ที่หลายๆท่านอาจจะคุ้นหูกันดีในอีกชื่อหนึ่งว่า Air Service Unit หรือในอีกหลายๆชื่อได้แก่ ชุดปรับปรุงคุณภาพลม, ชุดปรับคุณภาพลมอัด, ชุดบริการอากาศ หรือชุดบริการลมอัด เป็นต้น ซึ่งโดยรวมแล้วพื้นฐานของอุปกรณ์ควบคุมคุณภาพลมอัดเหล่านี้ก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับ ปรับปรุงคุณภาพลม และกำจัดเศษสิ่งสกปรก และสารปนเปื้อนออกจากระบบลมอัด ด้วยกันทั้งสิ้น ซึ่งแน่นอนค่ะว่าเป็นอุปกรณ์นิวเมติกอีกประเภทหนึ่ง ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในขั้นตอนการเตรียมลมอัดของระบบนิวเมติกทั่วไปในปัจจุบัน

    ชุดกรองลม,ชุดกรองลมดักน้ำ

    กล่าวคือระบบนิวเมติกโดยทั่วไปนั้นจะทำงานที่เกี่ยวข้องกับอากาศและแก๊สเป็นหลัก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีอากาศหรือลม เข้ามาช่วยในการกระตุ้นให้อุปกรณ์หลายๆตัวทำงานค่ะ ซึ่งลมอัดนี้จะต้องมีคุณภาพ ไร้สิ่งแปลกปลอมใดๆปะปน(มีความบริสุทธิ์สูง) และถ้าในระบบนิวเมติกส์ของเราได้รับลมอัดที่มีคุณภาพมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้ระบบโดยรวมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

    โดยทั่วไปแล้วอากาศหรือลมอัดที่นำมาใช้กระตุ้นนั้นอาจจะมีแรงดันสูงเกินไป หรือมีแรงดันที่ไม่สม่ำเสมอ มีความร้อนชื้น หรืออาจจะมีพวกละอองฝุ่นต่างๆ ลอยปะปนอยู่ในอากาศหรือลมนั้นด้วย ซึ่งอากาศหรือลมที่ยังไม่ได้คุณภาพเหล่านี้ อาจจะส่งผลให้อุปกรณ์อื่นๆในระบบนิวเมติกของเราทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งอาจจะเกิดผลเสียให้ระบบนิวเมติกของเราทั้งในระยะสั้นและระยะยาวได้ ดังนั้นสำหรับในระบบนิวเมติกที่มีหรือได้คุณภาพ ล้วนแล้วแต่จำเป็นที่จะต้องมีอุปกรณ์ที่เอาไว้ทำหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพลมอัด,กรอง หรือปรับปรุงคุณภาพของลมที่ใช้ในระบบนิวเมติกของเราด้วยกันทั้งสิ้นค่ะ(โดยส่วนใหญ่แล้วจะเรียกขั้นตอนเหล่านี้ว่าขั้นตอน การเตรียมลมอัด)

    ชุดกรองลมดักน้ำ F.R.L ทางเลือกใหม่ สำหรับมืออาชีพ

    ชุดกรองลม หรือว่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการปรับปรุงคุณภาพของลมอัด ที่วางขายในตลาดจะมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท เช่นประเภทธรรมดาคือกรองลมได้ทั่วไป(กรองเฉพาะลมอัด), แบบกรองลม+ปรับแรงดันลมด้วย(FR) หรือสุดท้ายแบบรวมเป็นชุดเดียวกัน(กรองลม + ปรับแรงดันลม + จ่ายน้ำมันหล่อลื่น: หรือเรียกสั้นๆว่า ชุดกรองลมดักน้ำ 3 ตัวเรียง F.R.L)

    ต่อไปเรามาทำความรู้จักกับความหมายของตัวย่อ F, R และ L ของอุปกรณ์ดังกล่าวกันเพิ่มเติมสักเล็กน้อย ว่าแต่ละตัวนั้นมีความหมายว่าอย่างไร และทำงานอย่างไรบ้าง:

    1. F คือ Air Filter โดยความหมายในที่นี้คือ ทำหน้าที่เกี่ยวกับกรองลมอัดให้กับเรา
    2. R คือ Regulator ซึ่งจะทำหน้าที่เกี่ยวกับการปรับแรงดันลมอัดเพื่อให้คงที่และสม่ำเสมอ ตลอดจนให้สอดคล้องกับการทำงานของอุปกรณ์อื่นๆในระบบนิวเมติกส์ของเรา เราสามารถปรับแรงดันลมตามที่เราต้องการได้ผ่านทางสปริงที่อยู่ภายในชุดปรับแรงดันลม
    3. L คือ Lubricator จะทำหน้าที่คอยจ่ายน้ำมันหล่อลื่นเพื่อลดการสึกหรอของลูกสูบ ท่อและวาล์วต่างๆที่อยู่ในชุดปรับปรุงคุณภาพลม และอุปกรณ์อื่นๆที่ถูกติดตั้งใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นกระบอกลม หรือว่าอุปกรณ์เกี่ยวกับวาล์วต่างๆ เช่น โซลินอยด์วาล์ว เป็นต้น

    ประเภทของชุดกรองลม มีกี่แบบ อะไรบ้าง?

    เมื่อเรารู้จักกับองค์ประกอบย่อยในแต่ละส่วนของอุปกรณ์ดักน้ำในระบบลมประเภทนี้กันไปแล้ว ต่อไปเราก็จะมาทำความรู้จักกับชุดปรับปรุงคุณภาพลมประเภทต่างๆกันต่อ ว่ามีประเภทไหนให้ได้เลือกใช้งานกันบ้าง:

    1. ชุดกรองลมแบบใช้งานทั่วไป(Standard Air Filter): ใช้ในงานที่ไม่เน้นคุณภาพของลมอัดมากนัก เช่น เป่าหรือทำความสะอาดอุปกรณ์งานช่างทั่วไป
    2. ชุดกรองลมแบบ 2 ตัวเรียง(FR): จะเป็นชุดปรับปรุงคุณภาพลมที่มี Air Filter และ Regulator ติดมาเป็นชุดเดียวกัน เหมาะสำหรับงานที่เน้นคุณภาพของลมอัดกว่างานทั่วไปเล็กน้อยถึงปานกลาง
    3. ชุดกรองลมแบบ FR.L: คือชุดปรับปรุงคุณภาพลมที่มีตัวกรองอากาศและตัวปรับแรงดันเป็นชุดเดียวกับ และเราสามารถซื้อชุดจ่ายน้ำมัน(Lubricator)มาติดตั้งเสริมภายหลังได้
    4. ชุดกรองลมดักน้ำแบบ 3 ตัวเรียง(F.R.L): จะเป็นชุดควบคุมคุณภาพลมอัดที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน(หลายท่านอาจจะเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ชุดกรองลมดักน้ำ F.R.L) เนื่องจากว่าประสิทธิภาพของลมอัดที่ได้จากชุดควบคุมคุณภาพลมอัดประเภทนี้ จะมีค่อนข้างสูงว่า 2 แบบทั่วไปและแบบ 2 ตัวเรียง ลมอัดมีความสะอาดสูง แรงดังลมจะมีความคงที่และสม่ำเสมอ อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้กับอุปกรณ์อื่นๆที่อยู่ใกล้เคียง(ด้วยน้ำมันหล่อลื่น)อีกด้วย
    5. ชุดกรองลมแยกน้ำออกจากลม AMG: ใช้สำหรับแยกน้ำออกจากลมโดยเฉพาะ ให้ประสิทธิภาพสูงโดยสามารถดักจับและแยกหยดน้ำหรือไอน้ำออกจากลมได้มากถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์
    6. ชุดกรองลมประเภทอื่นๆ เช่น ชุดกรองน้ำมันออกจากลม, กรองไอน้ำมันและเศษสนิมหรือพวกโลหะคาร์บอนต่างๆ เป็นต้น

    เลือกซื้อชุดกรองปรับลมแบบไหน/รุ่นไหนดี:

    อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ประโยชน์ของชุดควบคุมคุณภาพลมอัดประเภทนี้ จะช่วยในเรื่องการควบคุม และปรับปรุงคุณภาพของลมในระบบนิวเมติก ให้ปราศจากสิ่งปนเปื้อนหรือสิ่งสกปรกในรูปแบบต่างๆ ดังนั้นในปัจจุบันเราจึงเห็นอุปกรณ์ควบคุมคุณภาพลมประเภทดังกล่าว ถูกนำมาใช้งานในงานอุตสาหกรรมบ้านเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น ชุดกรองลมแบบแอร์แทค(AirTac Type), ชุดปรับปรุงแรงดัน+กรองลมยี่ห้อ SMC, แบบมีออโต้เดรน(Auto Drain) และแบบที่เป็นที่ High Pressure เป็นต้น ซึ่งในแต่ละแบบก็จะมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับการออกแบบ ติดตั้งเข้าไปในระบบนิวเมติกของเรา สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเลือกซื้อชุดกรองปรับคุณภาพลมไปใช้งานก็คือ ความเหมาะสม ความสอดคล้องระหว่างการทำงานของชุดกรองและระบบของเราค่ะ

    ควรเลือกซื้อชุดกรองปรับคุมภาพลมแบบแยกชุด หรือแบบชุดเดียวกันดี:

    ปัญหาอย่างหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการซื้ออุปกรณ์ควบคุมลมอัดไปใช้งานก็คือ แล้วเราจะซื้อแบบไหนดีระหว่างเป็นชุดกับแยกชุด แล้วมันต่างกันอย่างไรบ้าง อย่างที่กล่าวไปบ้างแล้วว่า ชุดควบคุมคุณภาพลมอัดนี้มีหลายประเภท ให้เราได้เลือกใช้งานกัน ซึ่งในตลาดอุปกรณ์นิวเมติกในปัจจุบัน ก็มีความยืดหยุ่นในเรื่องของการนำไปใช้งานมากขึ้นอีกด้วย โดยเราสามารถซื้อเลือกซื้อแบบแยกชึ้นส่วน(กรณีที่ผู้ซื้อมีความรู้ในด้านนิวเมติกส์และอุปกรณ์ดังกล่าว) หรือซื้อแบบเป็นชุดก็ได้(กรณีต้องการประหยัดเวลา) ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา และระบบนิวเมติกของเราด้วยว่า เหมาะสมกับแบบใด

    ข้อดีของการซื้อแบบแยกชิ้นส่วน หรือแยกอุปกรณ์:

    1. ลดรายจ่ายของการซื้ออุปกรณ์ลงได้ เนื่องจากเราอาจจะพบว่าอุปกรณ์ปรับปรุงคุณภาพลมอัดของเรา ชำรุดเพียงอุปกรณ์ไม่กี่ตัวเท่านั้น หรือเราต้องการซื้อเพียงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งเราสามารถซื้ออุปกรณ์ตัวใหม่มาเปลี่ยนใหม่แทนของเดิม หรือเพิ่มเติมเข้าไปในเดิมได้
    2. อุปกรณ์หรืออะไหล่ที่วางขายในตลาด มีหลายรุ่นหลายขนาด ที่สามารถนำมาใช้งานทดแทน หรือเทียบเคียงกับของเดิมที่ชำรุดได้ ตลอดจนเราสามารถแยกซื้ออุปกรณ์ต่างยี่ห้อหรือต่างรุ่นมาประกอบเป็นชุดเพื่อใช้งานร่วมกันได้อีกด้วย

    ข้อเสียของการเลือกซื้อแบบแยกชึ้น หรือแยกอุปกรณ์:

    1. ผู้ซื้อหรือผู้ที่นำอุปกรณ์ไปใช้งาน จำเป็นที่จะต้องมีความรู้และความเข้าใจ ในหลักการการทำงานพื้นฐานของอุปกรณ์ เพราะหากขาดสิ่งเหล่านี้ไป อาจจะทำให้ผู้ที่นำไปใช้งานนั้นซื้ออุปกรณ์ผิดประเภทหรือผิดวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานและระบบนิวเมติกของเรา เสียทั้งโอกาสและเวลาในการผลิตงานค่ะ
    2. ผู้ใช้งานพบว่าอุปกรณ์เหล่านั้นถูกยกเลิกการผลิตจากผู้ผลิตไปแล้ว อันนี้ค่อนข้างสำคัญค่ะ หากเราต้องการเลือกซื้ออุปกรณ์นิวเมติกมาใช้งานในระบบนิวเมติกของเรา เราควรมั่นใจในเบื้องต้นก่อนว่า อุปกรณ์หรือชิ้นส่วนเหล่านั้นจะไม่ถูกยกเลิกการผลิตหรือสามารถหาอะไหล่/อุปกรณ์ตัวใหม่มาใช้งานเทียบเคียงในกรณีของเดิมชำรุดเสียหายได้ในอนาคต โดยเราสามารถสอบถามหรือปรึกษาผู้ให้บริการรายนั้นๆว่า อุปกรณ์ที่เราซื้อมานั้นรองรับกับข้อมูลเหล่านี้หรือไม่
    3. ผู้ใช้งานหรือระบบอาจจะเสียเวลามากขึ้น ทั้งในด้านการหาข้อมูล การเลือกซื้อ ตลอดจนนำอุปกรณ์แต่ละตัวมาประกอบเข้ากันเป็นชุด
    4. ประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมของอุปกรณ์ต่างๆที่อยู่ในอาจจะมีน้อยกว่าแบบเป็นชุด เนื่องจากว่าแบบเป็นชุดนั้นจะมีข้อดีในเรื่องการออกแบบที่เหมาะสมและสอดคล้องกันในการด้านการทำงานที่ผู้ผลิตได้ตรวจแล้ว

    ข้อดีของการเลือกซื้อแบบเป็นชุด:

    1. ประหยัดเวลาในการเลือกซื้ออุปกรณ์แบบแยกย่อย มาประกอบกันเป็นชุดเดียวกัน เพราะส่วนใหญ่แล้วจะถูกประกอบมาให้จากผู้ให้บริการแล้ว
    2. สามารถนำไปใช้ติดตั้งใช้งานได้เลยในทันที
    3. ผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานหรือการทำงานเชิงลึกของอุปกรณ์แต่ละส่วน(แต่ถ้ามีจะถือว่าเป็นผลดีต่อท่านและระบบมาก) เหมือนการเลือกซื้อแบบแยกชิ้นส่วนก็ได้ เพราะการเลือกซื้อแบบแยกชุดนั้น จำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับอุปกรณ์มาเป็นอย่างดี และจะต้องมีประสบการณ์ในการใช้งานอุปกรณ์นั้นๆ พอสมควรค่ะ
    4. อุปกรณ์ย่อยมีการกำหนดค่าหรือตั้งค่าการทำงานเบื้องต้น ให้ทำงานสอดคล้องกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างสูงสุดให้กับผู้ใช้งานเรียบร้อยแล้ว ซึ่งถ้าหากผู้ใช้งานต้องการแก้ไขหรือปรับแต่งบางส่วนก็สามารถทำได้เช่นกัน

    ข้อเสียของการเลือกซื้อแบบเป็นชุด:

    1. ค่าใช้จ่ายจะมีราคาสูงกว่าการเลือกซื้อแบบแยกชิ้นส่วน/แยกอุปกรณ์
    2. หากอุปกรณ์ย่อยส่วนหนึ่งส่วนใดชำรุดเสียหาย และผู้ใช้งานไม่เข้าใจหลักการทำงานของอุปกรณ์นั้น อาจจะทำให้เราเสียค่าใช้จ่ายในการเลือกซื้อชุดใหม่เพิ่มขึ้น แทนที่จะเลือกซื้อแค่เพียงชิ้นส่วนบางตัวมาเปลี่ยน/ทดแทนของเดิมที่มีราคาต่ำเท่านั้น

    ชุดกรองปรับปรุงคุณภาพลมชำรุด/มีปัญหาด้านการใช้งาน ปรึกษาใครดี:

    ปัญหาการใช้งานอุปกรณ์นิวเมติกนั้นสามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกองค์กร ดังนั้นหากองค์กรหรือผู้ใช้งานรายใดมีความรู้ความเข้าใจ ในหลักการพื้นฐานการทำงานของอุปกรณ์นิวเมติก หรือชุดปรับปรุงคุณภาพลมที่ตนเองใช้งานอยู่แล้ว ก็จะสามารถลดปัญหานี้ไปได้ค่ะ แต่องค์กรหรือผู้ใช้งานรายใดที่ยังไม่มีความเข้าใจนี้ก็ไม่ต้องกังวลใจค่ะ เนื่องจากว่าในปัจจุบันได้มีผู้ให้บริการอุปกรณ์นิวเมติกบางราย ที่สามารถให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ของระบบนิวเมติกให้กับลูกค้าได้อย่างครอบคลุมอย่างเช่น หจก.เด่นศักดาของเราเป็นต้น

    หากท่านหรือองค์กรของท่านกำลังประสบกับปัญหาด้านการใช้งานชุดกรองลมหรือชุดปรับปรุงคุณภาพลมอัด หรือต้องการซื้อชุดใหม่ไปใช้ในงานนิวเมติกของท่าน แต่ไม่รู้จะปรึกษาใครดี ท่านสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือแจ้งปัญหาของท่านให้เราได้ทราบได้ โดยทางร้านของเราจะมีทีมงานและเจ้าหน้าที่ ที่ให้บริการข้อมูลด้านเทคนิคต่างๆ ไว้บริการลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลด้านการแก้ไขปัญหาของระบบเดิม ข้อมูลเทคนิคด้านการออกแบบ, การติดตั้ง ตลอดจนการดูแลบำรุงรักษาระบบนิวเมติกอีกด้วยค่ะ

    หากลูกค้าท่านใดสนใจและต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือต้องการทราบ ราคาและรายละเอียดชุดกรองลม เพิ่มเติม ท่านสามารถติดต่อเราได้โดยตรงที่เมนู ติดต่อ/ขอใบเสนอราคา ด้านบนของเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ช.ม ค่ะเมื่อเราได้รับการแจ้งหรือข้อมูลการติดต่อจากท่าน เราจะติดต่อกลับไปยังท่านทันทีหลังจากที่ได้รับการติดต่อค่ะ

    สินค้าที่เกี่ยวข้องกับชุดกรองลม Air Service Unit: