CATEGORIES
MENU

จบปัญหา กระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว ด้วยขั้นตอนง่ายๆ

จบปัญหา กระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว ด้วยขั้นตอนง่ายๆ

กระบอกลมสูบไฮโดรลิกรั่ว

จบปัญหา กระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว ด้วยขั้นตอนง่ายๆ

กระบอกสูบไฮโดรลิคนั้นถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างมีความสำคัญในระบบไฮดรอลิค เพราะอุปกรณ์นี้จะช่วยให้เราสามารถลดระยะเวลาในการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพด้านการทำงาน ตลอดจนข้อดีหรืออื่นๆที่ทางแอดมินยังไม่ได้กล่าวถึงอีกด้วย โดยกระบอกสูบไฮดรอลิคนี้จะมีการนำไปใช้งานในด้านต่างๆกันอย่างแพร่หลายมากในปัจจุบัน  ซึ่งข้อดีของกระบอกสูบไฮโดรลิคเมื่อเทียบกับอุปกรณ์อื่นๆที่เป็นกระบอกสูบเหมือนกันเช่น กระบอกสูบ กระบอกลม ที่ใช้ในงานนิวเมติก หรือที่เราเรียกว่า กระบอกลมนิวเมติก นั้น กระบอกสูบไฮโดรลิคจะมีข้อดีในเรื่องของการรองรับการใช้งานที่หนักหน่วง หรือโหลดที่มีขนาดใหญ่และหนักได้ดีกว่ากระบอกลมนิวเมติกส์นั้นเอง แต่ข้อเสียของกระบอกสูบไฮโดรลิคที่เห็นได้ชัดก็คือกระบอกสูบไฮโดรลิคนั้นจะมีราคาที่ค่อนข้างแพงมากกว่า กระบอกลมนิวเมติก และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในกรณีที่อุปกรณ์ทำงานล้มเหลวนั้น จะมีราคาที่สูงกว่าอุปกรณ์ที่อยู่ในระบบนิวเมติกส์มากค่ะ
 
โอเคค่ะ จะเห็นได้ว่าเมื่อเราใช้งานกระบอกสูบไฮโดรลิคไปได้สักระยะแล้ว กระบอกสูบไฮโดรลิคเจ้ากรรมดันเกิดอาการงอแงให้เราเห็น เช่น กระบอกสูบทำงานได้บ้างไม่ได้บ้าง มีเสียงดังในขณะทำงานที่มากกว่าปกติเมื่อเทียบกับตอนที่ติดตั้งใช้งานกระบอกสูบไฮโดรลิคใหม่ๆ หรือร้ายไปกว่านั้นก็คือ ปัญหาที่ทางแอดมินจะนำมาเสนอให้หลายๆท่านได้อ่านกันในวันนี้ก็คือ ปัญหากระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว นั่นเอง แต่คุณไม่ต้องตกใจว่าปัญหานี้จะเป็นปัญหาใหญ่และไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ ในบทความนี้ทางแอดมินคิดว่าน่าจะมีทางออกให้หลายๆคนได้ลองนำไปทดสอบแก้ไขให้กับ กระบอกสูบไฮโดรลิคที่มีอาการรั่ว ของคุณได้ค่ะ

ก่อนทำการแก้ไข เราต้องตรวจสอบและวิเคราะห์ที่มาของปัญหาเสียก่อน

ก่อนอื่นเราต้องมีการตรวจสอบดูก่อนว่าที่มาของปัญหาที่อาจจะเป็นไปได้ที่ทำให้กระบอกสูบไฮโดรลิครั่วนั้นจะน่ามีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างเช่น  ปัญหาที่เกิดจากการประกอบกระบอกสูบที่ไม่ได้คุณภาพ, กระบอกสูบไฮโดรลิคของเราหรือระบบไฮดรอลิคโดยรวมของเรามีสิ่งสกปรกและสารปนเปื้อนอยู่เป็นจำนวนมาก, อุปกรณ์ย่อยที่อยู่ภายในกระบอกสูบไฮโดรลิคมีการเสื่อมหรือหมดสภาพ/ประสิทธิภาพไปเอง(ซีลยาง/น้ำมันหล่อลื่น) ตลอดจนสภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการทำงานของกระบอกสูบไฮโดรลิค เช่น อุณหภูมิ โอเคค่ะทีนี้เราก็จะไปลงรายละเอียดเกี่ยวกับแต่ละปัญหาที่ทางแอดมินได้กล่าวมาก่อนหน้านี้ว่า ในแต่ละปัญหานั้นเราสามารถที่จะตรวจสอบ หรือมีวิธีการป้องกันและแก้ไขได้อย่างไรบ้าง

ขั้นตอนการตรวจสอบกระบอกสูบไฮโดรลิค และการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น สามารถทำได้ดังนี้คือ:

1). ในการประกอบกระบอกสูบไฮโดรลิค ควรจะเป็นขั้นตอนหรือการดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญในงานดังกล่าวแบบเฉพาะเท่านั้น และควรพยายามหลีกเลี่ยงการเลือกใช้อุปกรณ์ในการประกอบกระบอกสูบที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับการประกอบกระบอกสูบรุ่นนั้นๆ ในขั้นตอนของการประกอบกระบอกสูบไฮโดรลิค เราจะต้องมีการรักษาความสะอาดทั้งในด้านของตัวอุปกรณ์ย่อยหรือชิ้นส่วนของกระบอกสูบไฮโดรลิค ให้มีความสะอาดอยู่สม่ำเสมอ

2). อุปกรณ์ที่เป็นองค์ประกอบหลักของกระบอกสูบไฮโดรลิคจะต้องอยู่ในสภาพที่ได้มาตรฐาน ยกตัวอย่างเช่นซีลยางจะต้องอยู่ในสภาพที่ปกติ ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่บี้แบน หรือบวมจนเกินไป แผ่นซีลยางจะต้องสามารถเข้าไปอยู่ในร่องของซีลยางได้อย่างพอดี ไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป ตลอดจนน้ำมันที่ใช้ในการหล่อลื่นกระบอกสูบไฮโดรลิคนั้น ควรเป็นน้ำมันหล่อลื่นที่ได้คุณภาพ และควรเป็นรุ่นที่ใช้กับกระบอกสูบที่ใช้งานอยู่รุ่นนั้นเท่านั้น สภาพของน้ำมันที่ใช้ในการหล่อลื่นนี้จะต้องอยู่ในสภาพที่ดีหรือปานกลาง ไม่เหลวหรือข้นจนเกินไป สำหรับน้ำมันหล่อลื่นนี้ผู้ใช้งานกระบอกสูบไฮโดรลิคควรจะมีการตรวจสอบวันที่ผลิต และวันที่หมดอายุของน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้งานอยู่ และอีกในกรณีหนึ่งก็คือ เราไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นกระบอกสูบทุกครั้งที่มีการซ่อมแซมหรือประกอบกระบอกสูบใหม่ เพราะคุณจะเห็นว่า น้ำมันหล่อลื่นกระบอกสูบไฮโดรลิคนั้น จะสามารถใช้งานได้ตลอดอายุการใช้งานของกระบอกสูบไฮโดรลิค หรืออายุการใช้งานที่ผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นนั้นได้ระบุไว้ และอีกอย่างก็คือถ้าหากน้ำมันหล่อลื่นนั้นยังอยู่ในสภาพที่ดีแล้วแต่คุณอยากจะเปลี่ยนใหม่ มันอาจจะทำให้คุณมีค่าใช้จ่ายตรงนี้เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

3). การเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ย่อยที่สำคัญที่เรียกว่าซีลยาง และน้ำมันหล่อลื่น มันเสื่อมสภาพของซีลยางนี้สามารถแบ่งออกได้หลายประเภทเช่น ซีลยางได้เกิดปฏิกิริยากับสารเคมีบางชนิดในระหว่างที่กระบอกสูบไฮโดรลิคของเราทำงานอยู่ และอาจจะทำให้ซีลยางของกระบอกสูบนั้นเปลี่ยนสภาพหรือกลายสภาพจนไม่สามารถที่จะคงคุณภาพเหมือนเดิมได้ หรือเรียกง่ายๆว่าซีลยางบวม ซีลยางนิ่มลงหรือแข็งขึ้น ซีลยางเกิดการหดตัวหรือพองตัว ตลอดจนสีของซีลยางนั้นมีสีที่เปลี่ยนไปจากเดิมนั้นเอง ถ้าซีลยางหมดสภาพแล้วก็ควร เปลี่ยนซีลกระบอกไฮดรอลิค เป็นของใหม่ได้เลยค่ะ หรือแม้กระทั่งการใช้น้ำมันหล่อลื่นที่ไม่ได้คุณภาพหรือหมดสภาพของกระบอกสูบไฮโดรลิค เพราะอย่างที่แอดมินกล่าวไปก่อนหน้านี้แล้วว่า เมื่อคุณเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นให้กระบอกสูบไฮโดรลิคของคุณ คุณควรที่จะเลือกน้ำมันหล่อลื่นที่มีเกรดหรือคุณภาพตามที่กระบอกสูบไฮโดรลิคของคุณได้กำหนดไว้เท่านั้น แนะนำว่าถ้าไม่จำเป็นไม่ควรที่จะใช้น้ำมันหล่อลื่นที่มีราคาถูกเพราะนั่นมันจะเป็นตัวก่อปัญหาให้กับกระบอกสูบไฮโดรลิคของคุณในอนาคต

4). สภาพแวดล้อมของกระบอกสูบไฮโดรลิค มีสิ่งสกปรกหรือสารปนเปื้อนมากเกินไป เช่น เม็ดฝุ่น เศษดิน หรือเม็ดทรายเล็กๆ ตลอดจนคราบน้ำหรือโคลน เป็นต้น ซึ่งสิ่งสกปรกหรือสารปนเปื้อนเหล่านี้ จะเข้าไปติดอยู่ในกระบอกสูบไฮโดรลิคของเราในขณะที่กระบอกสูบของเราทำงานอยู่ ตลอดจนชิ้นส่วนภายในของตัวกระบอกสูบเอง และแน่นอนว่าสุดท้ายแล้ว ถังน้ำมันหล่อลื่น และซีลยางของกระบอกสูบไฮโดรลิคของคุณ จะมีอายุการใช้งานที่สั้นลงในทันที

5). ความร้อนจากอุณหภูมิของสภาพแวดล้อม(ความร้อนสูงเกินไป) คุณทราบหรือไม่ว่า อุณหภูมิที่มีความร้อนสูงจากภายนอกนั้น อาจจะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กระบอกสูบไฮโดรลิคของเรามีอายุการใช้งานที่สั้นลง(อาจจะเกิดจากสาเหตุ น้ำมันไฮดรอลิคร้อนเกินไป) หรือมีปัญหาในเรื่องของ กระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว ได้เช่นกัน นอกจากนี้อุณหภูมิที่สูงเกินไปจะทำให้ซีลยางกระบอกสูบไฮโดรลิคของเรามีอายุการใช้งานที่สั้นลงอีกด้วย สังเกตุง่ายๆคือ ซีลยางจะมีอาการแข็งมากกว่าปกติ มีรอยแตกหรือร่อน ดังนั้นหากเป็นไปได้ในช่วงการนำกระบอกสูบไฮโดรลิคไปใช้งานหรือทำงานนั้น เราควรหลีกเลี่ยงการใช้งานกระบอกสูบไฮโดรลิคในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง เพียงแค่นี้คุณก็จะสามารถยืดอายุการใช้งานถังซีลยาง น้ำมันหล่อลื่น และกระบอกสูบไฮโดรลิคของคุณไปได้อีกนานเลยล่ะค่ะ

กระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว แต่ไม่สามารถแก้ไขเองได้ จะทำอย่างไรดี

ถ้าหากองค์กรของคุณหรือหน่วยงานของคุณ กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับ กระบอกสูบไฮโดรลิครั่ว และไม่มีผู้เชี่ยวชาญในการแก้ไขปัญหานี้ได้ ให้คุณลองมองหาผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการ ซ่อมกระบอกสูบไฮโดรลิค น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะถ้าหากว่าคุณใช้บริการจากผู้ให้บริการเหล่านี้แล้ว คุณจะสามารถตัดปัญหาการตรวจสอบถึงสาเหตุที่มาของการรั่วไหลของกระบอกสูบด้วยตัวคุณเองได้อย่างแน่นอน(ไม่ต้องทำเองว่างั้นเถอะ) ซึ่งการตรวจสอบนี้คุณสามารถแจ้งขอทราบข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ให้บริการที่ใช้บริการอยู่ได้ อีกครั้งคุณควรมีการขอคำแนะนำเกี่ยวกับ การใช้งานเบื้องต้นของกระบอกสูบไฮโดรลิค เพื่อหลีกเลี่ยงกับปัญหาดังกล่าวที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ว่าเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ด้วยตัวเองอย่างไรบ้าง